ทุกครั้งที่ได้มีโอกาสไปนั่งสมาธิ
หรือฟังโอวาทหลวงพ่อที่ให้กับลูกพระลูกเณรในโบสถ์ ในวันเข้าพรรษา ออกพรรษา พระเดชพระคุณหลวงพ่อมักสอนลูกๆของท่านให้เห็นคุณค่าการบวช ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการบวช ให้เห็นว่าชีวิตสมณะนั้น
เป็นชีวิตที่ประเสริฐสูงส่ง ผ้ากาสาวพัสตร์ถือเป็นชุดสุดท้ายในวัฏฏสงสาร ซึ่งถือเป็นโอวาทที่ทรงคุณค่ามาก ทำให้ตัวผม
รวมถึงสหธรรมิกทุกๆรูปได้เกิดกำลังใจในการบวช ซึ่งการที่วัดพระธรรมกายมีพระภิกษุเพิ่มมากขึ้นทุกๆ
ปี ผมคิดว่า ก็เพราะท่านสอนให้เราภาคภูมิใจในคุณค่าของการเป็นนักบวช นอกจากนี้ท่านจะสอนคุณค่าการเป็นนักบวชแล้ว
ท่านยังสอนให้แนวทางในการฝึกตนเองเพื่อเป็นพระแท้
การเป็นพระแท้ของหลวงพ่อนั้น ท่านสอนให้เราคิดแบบพระ พูดแบบพระ ทำแบบพระ
และให้มีสมณะสัญญาตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งเข้านอน
ข้าพเจ้าฟังแล้วเกิดแรงบันดาลใจทุกครั้ง ในการที่จะฝึกตนเอง
ในมุมมองความเป็นพระในวัดพระธรรมกายที่ได้รับการถ่ายทอดจากหลวงพ่อนั้น คือ
การที่จะเราจะต้องตั้งใจรักษากิจวัตร กิจกรรมของความเป็นพระ รักษาสมณสัญญาตั้งแต่ตื่นจนกระทั่งเข้านอน ทั้งยังต้องตั้งใจปฏิบัติธรรม ควบคู่ไปกับการทำกิจวัตรกิจกรรม
หลวงพ่อจะเตือนให้พวกเรา อย่ามัวแต่รับบุญเพื่อทำประโยชน์ให้ผู้อื่นจนลืมประโยชน์ตน ท่านจะให้ฝึกจิต โดยการคิดแบบพระ พูดแบบพระ
ทำแบบพระควบคู่ไปกับการทำงานบุญต่างๆ ในวัดซึ่งมีอยู่มากมาย
โดยไม่ต้องรอความพร้อมให้มีเวลาก่อนแล้วค่อยปฏิบัติ และท่านยังย้ำอีกว่า
พระนั้นเป็นเนื้อนาบุญของโลก เราอยู่ในสายตาของชาวโลก กิริยาอาการใดๆ
ที่ไม่เหมาะสมกับความเป็นสมณะก็อย่าประพฤติ ทำให้ตัวผมเองเกิดความสำรวมระวังในการดำรงเพศสมณะ
เพราะรู้ว่า ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน เราก็ได้แบกศรัทธาของชาวพุทธไว้บนบ่าอยู่ด้วย
อะไรที่ไม่ดี ก็พยายามเตือนสติตนเอง ไม่ให้ประมาทเลินเล่อ เผลอไปกระทำเข้า ซึ่งเป็นมุมมองการใช้ชีวิตแบบพระที่ผมได้รับจากครูบาอาจารย์ของผมและผมก็พยายามตอกย้ำตัวเองในการยึดถือปฏิบัติมาโดยตลอด
นอกจากหลวงพ่อจะสอนและให้กำลังใจในการบวชของพวกเราแล้ว
ท่านยังเป็นนักปฏิบัติธรรมที่ทุ่มเทให้กับการปฏิบัติ รวมถึงสอนการปฏิบัติธรรม วันหนึ่งๆ
ทั้งปฏิบัติเองและสอนไม่ต่ำกว่า ๑๐ ชั่วโมง อีกทั้งท่านยังเป็นนักสร้างกิจกรรมต่างๆ
ให้กับพระเณรและสาธุชน ได้ทำจนแทบจะไม่มีเวลาว่าง เรียกได้ว่าท่านเป็น Mr.Project ซึ่งกิจกรรมทุกอย่างที่ท่านคิดขึ้นมาให้พวกเราทำนั้น
นอกจากทำให้เราได้ใจอยู่กับบุญ กับการสร้างความดี
ไม่ให้มีเวลาว่างไปคิดเรื่องอกุศลแล้ว ยังทำให้เราได้ฝึกตัว คิดเป็น ทำงานเป็น
แก้ไขปัญหาเป็น นี่จึงเป็นเหตุผลว่า
ทำไมวัดพระธรรมกายมีโครงการมากมาย และแต่ละโครงการก็สามารถจัดการได้อย่างเป็นระบบระเบียบ
เพราะพวกเราทุกคนได้ถูกฝึกให้ทำงาน ให้รับผิดชอบในหน้าที่ต่างๆ และเมื่อโตกันมากขึ้นจึงเข้ามาแบ่งความรับผิดชอบของหมู่คณะและดูแลงานในแต่ละฝ่ายกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ การที่หลวงพ่อได้สร้างกิจกรรมให้พวกเราทำ
ควบคู่ไปกับเน้นย้ำการปฏิบัติ ได้ทำให้พวกเรารู้สึกไม่มีเวลาว่างมาก
และนี่เองก็อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้พระเณรวัดพระธรรมกาย บวชแล้วไม่อยากสึก
เพราะมีกิจกรรมต่างๆให้ทำมากมาย ไม่ใช่แค่ศึกษาธรรมะ หรือนั่งสมาธิอย่างเดียว
นึกถึงตัวเองแล้ว ในสมัยที่บวชอยู่ต่อในปี พ.ศ. ๒๕๓๙ ซึ่งเป็นช่วงที่เรากำลังสร้างเจดีย์
สภา และมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ปีนั้นทั้งปี นอกเหนือจากการนั่งสมาธิแล้ว
ภารกิจหลัก คือการตะลุยเตรียมงาน สถานที่ จัดงานใหญ่ตลอดทั้งปี ทั้งลอกคลอง ขุดดิน
วิดน้ำ ฟั่นเชือก ขึงซาแลน เตรียมสถานที่ ทำของที่ระลึกให้ญาติโยม เป็นต้น
เวลาวันหนึ่งๆ ๒๔ ชั่วโมงแทบจะไม่พอ ทำให้ตนเองรู้สึกว่า การบวชนั้นมีคุณค่ามาก
เพราะในช่วงนั้นรู้สึกเวลา ๒๔ น. ของเรานั้นเป็นไปเพื่อการสร้างบุญ
และทำความดีล้วนๆ เมื่อมองย้อนกลับไปในชีวิตฆราวาสที่หมดไปกับการเรียน การเที่ยวเล่น
สนุกสนานตามภาษาวัยรุ่นนั้นสูญเปล่า และนั่นเองก็เป็นแรงบันดาลใจครั้งสำคัญที่ทำให้อยากบวชอยู่ต่อในพระศาสนา
ถ้าหากไม่มีกิจกรรมที่ได้ลุยทำงานบุญ ควบคู่ไปกับการนั่งสมาธิในครั้งนั้น
ก็คงจะไม่มีวันนี้ที่ยังบวชอยู่ต่อ
นี้ก็เป็นเพราะว่า หลวงพ่อเป็นนักปฏิบัติ ทั้งปฏิบัติธรรม
และปฏิบัติการเพื่อสร้างงานพระศาสนาที่สามารถสร้างความสำเร็จให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
จนใครๆก็เห็นประจักษ์ ผมคิดว่า
การที่ญาติโยมมาวัดพระธรรมกายกันเยอะแยะมากมาย ทั้งยังรักวัด รักหลวงพ่อ
ก็เป็นเพราะหลวงพ่อเป็นพระนักปฏิบัติ ที่ทุ่มเททำงานมาตลอดทั้งชีวิต ทั้งงานเทศน์สอน
งานสร้างพระ สร้างคน สร้างศาสนสถานให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และความเสียสละทุ่มเทนี้ก็เป็นที่ประจักษ์แจ้งแก่พวกเราทั้งหลาย
ภูมิใจที่ได้มีโอกาสเข้ามาบวช
ผมรู้สึกภูมิใจที่ได้มีโอกาสเข้ามาบวช
อยู่ในร่มผ้ากาสาวพัสตร์อยู่กับพระเดชพระคุณหลวงพ่อ แม้ผมจะมีภูมิรู้
ที่ได้ใช้ความเพียรพยายามมุมานะศึกษาจนกระทั่งจบเปรียญธรรม ๙ ประโยคก็ตาม
แต่ความรู้นั้น
ก็ยังไม่อาจเทียบเท่าได้แม้แต่เพียงเศษเสี้ยวกับความรู้ที่เกิดจากการทำจริงและปฏิบัติจริงของพระเดชพระคุณหลวงพ่อที่จบเพียงแค่นักธรรมโทได้ เพราะความรู้ที่เกิดจากการทำจริง
ปฏิบัติจริงนั้น ยิ่งใหญ่และทำได้ยากกว่าการเพียงรู้และเข้าใจเป็นไหนๆ
ผมมีเพียงความคิดว่า การจบเปรียญธรรม ๙ ประโยคของผมนั้น เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของชีวิตนักบวชเพื่อทำคุณประโยชน์ให้แก่พระศาสนา
และคิดว่า ชีวิตนี้ ผมจะตอบแทนคุณของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ที่ให้โอกาส อบรมสั่งสอน
ให้ความสะดวกสบายในเรื่องปัจจัย ๔ และทำให้ผมมีทุกวันนี้
อย่างเต็มกำลังสติปัญญาและความรู้ความสามารถ เพราะหลวงพ่อผม
ท่านสละชีวิตของท่านเพื่อทำประโยชน์ให้แก่โลกใบนี้อย่างแท้จริง



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น